- [guest_6991] : ขอให้ได้ซึ่งสมบัติในปัจจุบัณชาตินี้ขอให้ เฮงๆๆๆๆๆๆๆรวยๆๆๆทั้งทรัพย์ภายในและภายนอกอันมีโลกิยะทรัพย์ๆในมนุษย์และสวรรค์เทอญ
- [guest_6991] : ขออนุโมทนาบุญคณะพ่อค้า-แม่ค้าตลาดเทิง ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพเลี้ยงน้ำปานะสามเณรในการเข้าค่าย ธุดงควัตร บูญใดกุศลใดที่ญาติดยมได้ทำไว้ดีแล้วขอบุญกุศลนั้นจงมีกำลังหนุนส่งให้ได้
- [guest_3272] : เชิญร่วมเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร เช้า -เพล- น้ำปานะ สามเณร อบรมปฏิบัติธรรม ณ วัดพระธาตุจอมจ้อ วันที่ ๒ - ๔ กพ. ๒๕๕๕
- [guest_2921] : ขอแสดงมุทิตาจิตแด่ หลวงพ่อเจ้าคุณพระบวรปริยัติวิธาน ได้เลื่อนสมณะศักคิ์ เป็น พระราชปริยัตยากร เกล้ากระผมพระนิพนธ์ โกวิโท ขอแสดงความยินดีและขออนุโมทนาด้วยบุญกุลศลบารมีขอให้
- [guest_4580] : เชิญร่วมเป็นเจ้าภาพนํ้าปานะ-ค่าอาหาร การเข้าค่ายอบรมเยาวชน ณ วัดพระธาตุจอมจ้อ คณะพระวิทยากร พระมหาวัฒนา วัดเทพากร กทม. ๒๙-๓๐-๓๑ กค.๕๔ ๐๘๑๒๕๒๗๗๙๘
- [guest_7472] : ใครคิดถึงบ้านดูภาพกิจกรรมวัดพระธาตุจอมจ้อไปก่อนเน้อ
- [Administrat : เจริญพร....ทุกท่านที่โทร....มาถามความปลอดภัยและแสดงความเป็นห่วงองค์พระธาตุจอมจ้อ.........ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างได
- [Administrat : เจริญ ทุกท่านที่ได้โทร...มาด้วยความเป็นห่วงที่แผ่นดินไหว ที่พระธาตุจอมจ้อไม่มีผลกระทบอะไร เจริญทุกท่าน(ขอบคุณ)
- [Administrat : บนวัดพระธาตุจอมจ้อไม่เป็นอะไรมากฝนันในตัวอาคารมีรอยร้าวบ้างนิดหน่อย
- [เนต : ได้ข่าวว่ามีแผ่นดินไหว บนวัดเป็นใดพ่องครับตุ๊พล
Guests are shown between [].
ประวัติพระธาตุจอมจ้อ
ประวัติพระธาตุจอมจ้อ

219 หมู่ที่ 20 ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
1. ประวัติการเริ่มต้นสร้างวัดพระธาตุจอมจ้อ
พระธาตุจอมจ้อ สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในช่วงเวลาที่เมืองเทิงอยู่ในความปกครองของราชวงศ์มังรายราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากแผนที่แหล่งโบราณคดีเวียงเทิง แสดงเขตที่ดินกำแพงเมืองและคูเมืองเทิงโบราณของกรมธนารักษ์ จังหวัดเชียงราย ซึ่งปรากฏหลักฐานภาพคูเมืองเทิงโอบล้อมดอยพระธาตุจอมจ้อและมีแนวคูเมืองเชื่อมต่อไปโอบวัดพระธาตุศรีมหาโพธิ์ (แหล่งโบราณคดีเวียงเทิง ระวาง 5048 III-2476, กรมธนารักษ์ จังหวัดเชียงราย) เมืองเทิงหรือเวียงเทิงเป็นเมืองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนเนินเขาคลุมทั้งสองฟากแม่น้ำอิง ควบคุมเส้นทางคมนาคมที่สำคัญในลุ่มน้ำอิง ภายในเขตเมืองทั้งสองฝั่งแม่น้ำมีซากวัดวาอาราม เศษภาชนะดินเผาเคลือบและไม่เคลือบอยู่ทั่วไป นอกจากนั้นยังพบพระพุทธรูปและชิ้นส่วนพระพุทธรูปสกุลช่างพะเยาตามที่ต่าง ๆ ทั่วไป

บนเนินเขาที่ประดิษฐานพระธาตุจอมจ้อยังพบพระพิมพ์จำนวนมาก เป็นพระพิมพ์ปรกโพธิ์เชียงแสน ปางมารวิชัย เหนือเศียรลักษณะโพธิ์สองกิ่ง ออกข้างประภามณฑล มีฉัตรอยู่ยอดปรกพระเศียรมีเม็ดพระศก พระพักตร์ชัดเจน สังฆาฏิยาว มียอดพระถันบนพระอุระขวา พระหัตถ์ขวากุมพระชานุ ประทับนั่งบนฐานเชิงบาตร ชั้นบนเป็นบัวลูกแก้ว ชั้นล่างเป็นบัวขีดเนื้อชินเงินสนิมดำมีรอยปริคราบไขคลุมบางแห่ง ซึ่งเป็นพระพิมพ์เดียวกันกับที่พบในกรุวัดประตูโขง จังหวัดพะเยา
จากความน่าเป็นไปได้ทั้งด้านหลักฐานทางโบราณคดี และสภาพในทางภูมิศาสตร์ของเส้นทางการคมนาคมในลุ่มน้ำอิงจากเมืองพะเยาถึงเมืองเทิง อาจกล่าวได้ว่าเป็นหลักฐานสำคัญ ที่สนับสนุนข้อสันนิษฐานที่ว่าพระธาตุจอมจ้อน่าจะสร้างตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 20-21ลงมา ปัจจุบันพระธาตุจอมจ้อน่าจะมีอายุไม่น้อยกว่า 400 ปี


หลักฐานการสร้างพระธาตุจอมจ้อที่ปรากฏในเอกสารชั้นต้น
ประวัติการสร้างพระธาตุจอมจ้อ มีหลักฐานเอกสารการสร้างพระเจดีย์ ดังปรากฏในประชุมพงศาวดารภาคที่ 10 เรื่องราชวงศ์ษปกรณ์ พงศาวดารเมืองน่าน ฉบับเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พระเจ้าน่าน หน้า 77 ตอนที่ 3 ว่าด้วยพระเจ้าน่าน(อนันตวรฤทธิเดช) บำเพ็ญสาสนูปถัมป์และสร้างพระไตรปิฎก ความว่า “เถิงจุลศักราชได้ 1219 ตัวปีเมิงไซ้นั้นท่านก็ได้สร้างพระธาตุจอมจ้อ เมืองเทิงเป็นถ้วน 11…..” พระธาตุจอมจ้อน่าจะหมายถึงพระธาตุจอมจ้อองค์ปัจจุบันและคำว่า สร้าง ตามความที่ปรากฏอาจหมายถึงการซ่อมแซมบูรณะปฏิสังขรณ์ เนื่องจากเดิมเป็นวัดร้างมานานตั้งแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์อันเนื่องมาจากภัยสงครามกับพม่า


2.ประวัติการบูรณปฏิสังขรณ์
ได้มีการบูรณะหลายครั้งตั้งแต่โบราณกาล เท่าที่ปรากฏหลักฐาน
พ.ศ. 2389 - 2400 โดยเจ้ามหาพรหม เจ้าผู้ครองนครรัฐเวียงเทิงพระองค์หนึ่ง
พ.ศ. 2480 ซ่อมยอดฉัตรพระเจดีย์พระธาตุจอมจ้อ ดำเนินการโดย พระครูญาณประยุต เจ้าคณะแขวง เนื่องจากยอดฉัตรคด ท่านจึงได้รื้อลงมาซ่อมแซมและทำพิธีสมโภชยกยอดฉัตรใหม่ในวันเพ็ญเดือนแปดเหนือ เมื่อ พ.ศ. 2480
พ.ศ. 2484 –2489 สร้างวิหารใหม่ เนื่องจากวิหารเดิมถูกไฟไหม้ ดำเนินการโดย ขุนนิเทศ ธุระรัฐ(แจ้ว เกตุสิงห์น้อย) นายอำเภอเทิง พร้อมด้วยพระครูญาณประยุต เจ้าคณะอำเภอเทิงและคณะศัรทธาชาวอำเภอเทิงและอำเภอใกล้เคียง
พ.ศ. 2498 - 2499 สร้างทางขึ้นพระธาตุ ดำเนินการสร้างโดยนายพร สวัสดิ์บรี นายอำเภอเทิงได้นำราษฏร ใช้จอบตัดทางรถยนต์ขึ้นพระธาตุทำให้รถยนต์ขึ้นถึงพระธาตุได้สะดวกขึ้น
พ.ศ. 2500 สร้างบันไดคอนกรีตขึ้นสู่องค์พระธาตุ 130 ขั้น เสริมองค์เจดีย์ให้มั่นคงแข็งแรงและยกยอดฉัตรใหม่เป็นครั้งที่สอง ดำเนินการโดยพระครูนิวิษฐ์สัทธาคุณ เจ้าคณะอำเภอเทิงพร้อมด้วยพ่อหลวงอ้าย วุฒิช่วย กำนันตำบลเวียงและศรัทธาชาวอำเภอเทิงและอำเภอใกล้เคียง
พ.ศ. 2506 - 2512 เกรดทางขึ้นพระธาตุด้วยเครื่องจักร สร้างลานบริเวณศาลานางย่อง และสร้างศาลารอบลานพระเจดีย์กว้าง 3 เมตร ยาว 54 เมตร ดำเนินการสร่างโดยนายสง่า ศิริวัฒน์ นายอำเภอเทิง ใช้รถแทรกเตอร์ของ ร.พ.ช. และนำคณะสร้างทางอำเภอเทิงซีบี มาสร้างศาลาดังกล่าวเพื่อให้มีที่พักผ่อนและกระทำพิธีทางศาสนารอบองค์พระธาตุกว้างขึ้น
พ.ศ. 2519 ทำลานจอดรถ ปรับพื้นถนนเป็นระยะทาง 300 เมตร ดำเนินการสร้างโดย
ส.จ.สมบูรณ์ วันไชยธนะวงศ์
พ.ศ. 2533 กะเทาะเปลือกปูนเก่าองค์พระธาตุออกทั้งหมด แล้วแล้วเสริมเหล็กโดยรอบแล้วฉาบปูนใหม่ และสร้างทางรถยนต์ขึ้นจากเชิงบันไดถึงองค์พระธาตุ
นำโดยพระครูนิวิษฐ์ศรัทคุณ เจ้าคณะอำเภอเทิง
พ.ศ. 2534 - 2537 ได้บูรณะอย่างต่อเนื่อง นำโดยพระครูนิวิษฐ์ศรัทธาคุณและพระครูมุนินทร์ ธรรมมานุวัตร เจ้าคณะอำเภอเทิง นายนิพนธ์ ขันธปราบ นายอำเภอเทิง กำนันพรวน ศรีสว่างและนักการเมืองท้องถิ่นหลายท่าน ร่วมบูรณะสิ่งต่างๆ ได้แก สร้างทางรถยนต์ขึ้นพระธาตุจอมจ้อระยะทาง 1200 เมตร สร้างศาลาเอนกประสงค์ กุฏิสงฆ์ ถังเก็บน้ำใต้ดิน และพิพิทภัณฑ์ท้องถิ่น
พ.ศ. 2548 พระนิพนธ์ โกวิโท รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุจอมจ้อ จักทำโครงการบูรณะสถานวัตถุโบราณ พระธาตุจอมจ้อ พระสิทธิสารมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ผู้พิจารณาเห็นชอบอนุมัติโครงการดังกล่าว พร้อมด้วยผู้สนับสนุนให้การอุปภัมภ์การดำเนินโครงการนี้ได้แก่ พระครูวินัยธรสมนึก จิตตนันโท พลเอกวิเศษ คงอุทัยกุล รองสมุหราชองครักษ์ พลตรีหญิงคุณหญิงรัชนีกร คงอุทัยกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลพระมงกุฎเกล้า นายนิมิต วันไชยธนะวงศ์ นายอำเภอเทิง องค์การบริหารส่วนตำบลเวียงเทิง สภาวัฒนธรรมอำเภอเทิง และกำนันสุชาติ สุเดชมารค กำนันตำบลเวียง โดยเริ่มบูรณะตั้งแต่วันที่ 18 กุมพาพันธ์ 2548 ดังนี้
1.ทาสีองค์พระธาตุใหม่ด้วยสีอาคีลิก
2.เทพื้นหินทรายล้างรอบองค์พระธาตุจอมจ้อติดหินแกรนิตรอบองค์พระธาตุจอมจ้อ
3.จัดสร้างรั้วสแตนเลสรอบองค์พระธาตุจอมจ้อ
4.ทำพิธีบรรจุพระสารีธาตุเพิ่มบนยอดองค์พระธาตุจอมจ้อซึ่งได้รับบริจาคจากแม่ไส หน่อคำ โดยพระสิทธิสารมุนี เป็นประธานในพิธี วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พศ. 2548
5.สร้างถนนลาดยางมะตอยมาตรฐานระยะทาง1600เมตร พร้อมลานจอดรถ(งบประมาณการท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย)
6.สร้างลานจอดรถคอนกรีตเสิมเหล็ก จุดชมวิว และอาคารขายสินค้า OTOP และห้องสุขา 10 ห้อง(โครงการก่อสร้างอำเภอเทิง-พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอำเภอเิทิง)
7.ขยายจุดชมวิวและสถานที่ประกอยพิธีกรรมทางศาสนาบริเวณรอบองค์พระธาตุด้านทิศตะวันตก
8.ได้สร้างห้องกัมมัฎฐาน พร้อมห้องน้ำ 3 ห้องและ สุขา 3 ห้อง
9.เปลี่ยนยอดฉัตรองค์พระธาตุจอมจ้อและรอบองค์พระธาตุด้วยการปิดท้องคำแท้ 100 % จำนวน 1 ยอดฉัตร รอบองค์พระธาตุ 4 ฉัตร(ต้น)
ในการยกเปลี่ยนยอดฉัตรองค์พระธาตุจอมจ้อครั้งนี้ พระครูวินัยธร(สมนึก)วัดหนองตาบุญ
จ.สระบุรี พระนิพนธ์ โกวิโท รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุจอมจ้อ (ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๗) ได้ทูลเชิญส่วนพระองค์หม่อมเจ้าหญิงมาลินีมงคล อมาตยกุล มาเป็นประทาน นายประพันธ์ภู่งาม นายอำเภอเทิง สส.รังค์สรรค์วันไชยธนะวงค์์ นายสวาทสมใจนายก อ.บ.ต.เวียง นายสุชาติสุเดชมาคร์ กำนัลตำบลเวียง
พระราชสิทธินายกเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย พระครูอุดมคณาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอเทิง
พระครูศรัทธาภิรัต รองเจ้าคณะอำเภอเทิง
พระครูสิริคันธวงค์ รองเจ้าคณะอำเภอเทิง พระครูรัตนประทีป เจ้าคณะตำบลเวียงเขต 1
พระครูวิสิฐพัฒนโสภณ เจ้าคณะตำบลเขต 2 พระครูวิจารณ์กิจวิมล เจ้าอาวาส วัดสันปูเลย
พระครูวิจารณ์พุทธิคุณ รักษาการเจ้าคณะตำบลงิ้วเขต 2 เจริญพระพุทธมนต์-ชัยมงคลคาถา
ในวันที่ 28 เมษายน พศ . 2552 เวลา 09.39 น.
ได้จัดสร้างอุโบสถ (วิหารหลังใหม่เนื่องจากเกิดไฟฟ้าลัดวงจร 10 ต.ค. 51)
12. ได้วางศิลาฤกษ์วิหารโดยนายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงาราย
นายประพันธ์ ภู่งาม นายอำเภอเทิงร่วมเป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยส่วนราชการ
พระราชสิทธินายก เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ประธานฝ่ายสงฆ์ พระครูอุดมคณาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอเทิงและคณะสงฆ์ร่วมในพิธี
3. สาเหตุของการเป็นวัดร้าง
ในปีพ.ศ.2326พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงแต่ตั้งเจ้าหนานจันทปโชติขึ้นเป็นพระยามงคลวรยศให้มาครองเมืองน่าน ขณะนั้นเป็นเมืองรกร้างว่างเปล่าพระยามงคลวรยศจึงตั้งมั่นอยู่ที่บ้านท่าปลา ฝ่ายพม่าได้แต่ตั้งเจ้าอัตถวรปัญโญเป็นเจ้าเมืองน่านในปีต่อมาเช่นกัน แต่เจ้าอัตถวรปัญโญตั้งมั่นอยู่ที่เมืองเทิง(หรือมวยชยาแปลว่าเจ้าเมือง) เจ้าอัตถวรปัญโญได้นำครอบครัวชาวน่านและชาวเมืองเทิงทั้งหมด ย้ายมาอยู่ที่บ้านถิดในเขตเมืองน่าน ต่อมาได้เกิดวิวาทกับเจ้าสุมนผู้เป็นน้าพระยามงคลวรยศจึงไกล่เกลี่ยปรองดองให้สมัครสมานสามัคคีแล้วยกเมืองน่าน ให้เจ้าอัตวรปัณโญขึ้นปกครองในปีพ.ศ.2331เจ้าอัตวรปัณโญได้มาเผ้าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ณ กรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อขอเป็นข้าขอบขัณฑสีมาจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าอัตวรปัณโญเป็นผู้ครองนครน่านมีฐานะเป็นหัวเมืองประเทศราชขึ้นต่ออาณาจักสยาม
จากเหตุการณ์ดังกล่าวสงครามและการอพยพคนเมืองเทิงทั้งหมดไปอยู่เมืองน่านครั้งนั้น เพื่อมิให้เป็นฐานกำลังของพม่าที่ครองเชียงแสนอย่เป็นเมืองสุดท้ายในขณะนั้น ตลอดจนการนำทรัพย์สมบัติต่างๆไปด้วยเช่น จารึกวัดพระเกิด(ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่พิพิทภัณฑ์จังหวัดน่าน) ทำให้เมืองเทิงเป็นเมืองร้างวัดพระธาตูจอมจ้อก็ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างไปด้วย จนมาถึงสมัยรัชกาลสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ลูกหลานของคนเมืองเทิงที่อพยพไปเมืองน่านครั้งสมัยราชกาลที่ 1 ได้ทยอยอพยพกลับมาเมืองเทิงตั้งบ้านเรือนอาศัยเป็นชุมชนขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง จนถึงปัจจุบัน
4.ว่าด้วยเหตุที่ต้องบูรณะวัดพระธาตุจอมจ้อขึ้น
ด้วยประชาชนชาวอำเภอเทิงและอำเภอใกล้เคียงตลอดจนส่วนราชการต่างๆ ในอำเภอเทิงและคณะสงฆ์ในอำเภอเทิง มีความเห็นโดยพร้อมเพรียงกันว่า วัดพระธาตุจอมจ้อ เป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดของอำเภอเทิง มีพระธาตุจอมจ้อเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองมาแต่อดีตกาล ทางอำเภอเทิงได้จัดงานประจำปีได้แก่ พิธีสรงน้ำพระธาตุในวันวิสาขบูชา ประเพณีขึ้นธาตุ เป็นต้น
วัดพระธาตุจอมจ้อเป็นสถานที่เผยแผ่อบรม ให้ความรู้ทางพุทธศาสนาและเป็นสถานฝึกปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนและหน่วยราชการตลอดมา เคยเป็นที่จำพรรษาของเจ้าคณะอำเภอเทิงมาอย่างต่อเนื่องและเป็นที่พำนักของพระสงฆ์และสามเณรหลายรูปที่มาศึกษาเล่าเรียนจัดเป็นวัดสำคัญที่เจ้าคณะอำเภอเทิง ทุกรูปให้ความสำคัญและดูแลอย่างใกล้ชิด
บนวัดพระธาตุจอมจ้อยังจักทำเป็นพิพิทธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุของเมืองเทิงในอดีต ได้แก่ พระพุทธรูปศิลปะน่านสมัยที่ 3 อายุราวศตวรรษที่ 21 เสมาหินทรายจารึกอักษรไทยนิเทศ เสาหินฐราณอายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 เครื่องมือเครื่องใช้ ถ้วยชามโบราณสมัย อาณาจักล้านนา และทางจังหวัดเชียงรายได้จัดให้เป็นที่ท่องเที่ยวสักการะกราบไหว้พระ ธาตุ ๙ จอมในเชิงวัฒนธรรม-ประวัติศาสตร์


(หนังสือเมืองเทิง เวียงสูง ภูสวย สามสายน้ำ อ.สืบศักดิ์ พรหมแย้ม)
แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 07 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 08:47 น.)


