![]() |
![]() |
![]() |
ในสมัยพุทธกาลเมื่อครั้นพระพุทธเจ้าเสด็จเดินทางลงมาจากยอดภูเขา ก็หมู่พระอรหันตากับพญาอโศกราช เดินทางเลียบไปตาม กระแสน้ำแม่อิงทางทิศใต้ ถึงท่าน้ำแห่งหนึ่งมีน้ำใสเย็นยิ่งนัก พระพุทธเจ้าจึงขึ้นไปยืนอยู่บนผาก้อนหนึ่งแล้วถ่ายผ้าอาบ เพื่อปราถนาจะ สรงอาบน้ำ ในที่นั้น เมื่อพระพุทธเจ้าอาบน้ำเป็นที่สำราญแล้วก็ขึ้นมาเปลี่ยนผ้าอาบยื่นให้่พระมหาอานันทะเถระเจ้า รับไป บัดนั้นผ้าอาบ ผืนนั้นกลับกลายเป็นผ้าคำไปทั้งผืน ผาก้อนที่พระพุทธเจ้าทรงยืนถ่ายผ้าอาบก็กลับกลายเป็นแก้วขาวใสงามบริสุทธิฺ์ มหาอานันทะเถรเจ้า เห็นอัศจรรย์จึงกราบทูลขอไว้รอยพระบาท พระพุทธเจ้าจึงกล่าวว่า ดูรา อานันทะ เหย ฐานที่นี้เป็นที่อันประเสริฐที่หนึ่ง เพราะว่ามีท่าน้ำใส และเย็น และเราตถาคตได้มาหยุดอาบน้ำที่นี้ แม้พระพุทธเจ้าในอดีตที่ล่วงลับไปแล้วทั้งสามพระองค์ ก็ได้มาหยุดอาบน้ำที่นี้เหมือนกัน และพระ พุทธเมตไตยเจ้าอันจักมาโปรดโลกภายหน้าก็จักมาหยุดอาบน้ำำที่ท่านี้ด้วย แต่ว่าก้อนหินที่ท่านี้มีขนาดน้อยนัก ไม่พอที่เราตถาคต จะไว้พระบาทได้ไว้ได้้แต่เกสาธาตเท่าุนั้น อานันทะจงเอาเกสาธาตุกับผ้าอาบจุรวมไว้กับผาก้นอที่เราตถาคตยืนถ่ายผ้าอาบที่นี้ ภายหน้า ฐานะที่นี้จักมีซื่อว่า พระธาตุผาอาบ บุคคลผู้ใดได้มากราบไหว้บูชาพระธาตุเจ้าที่นี่ แล้วจะพ้นจากความร้อนใจร้อนกายทั้งมวลและน้ำที่ ท่าอันเราตถาคตได้ลงอาบแล้ว บุคคลผู้ใดเอามาอาบรดล้่างตัวย่อมเป็นมงคง ดับทุกข์โศกโรคภัยทั้งปวงอันมีอยู่กับตัวให้เสื่อมหายไป
![]() |
![]() |
และได้ทำนายไว้ว่าอันบ้านเมืองเทิงนี้ เมื่อตั้งขึ้นแล้วยามปีใดแห้งแล้งขาดน้ำฝนชาวเมืองเป็นทุกข์ยากลำบากเดือดร้อนไม่ได้ทำไร่ไถนาให้แต่งเครื่องบูชาพระบรมธาตุจอมจ้อ ภูคำ ทั้งสองแม่ธรณีแล้วสร้างสระสี่แจ่งไว้หน้าข่วงธาตุทั้งสอง เอาไม้น้ำนองสร้างรูปปลาซ่อน คู่หนึ่ง เอาไม้อี่ลุมสร้างรูปปลาซ่อนอีกคู่หนึ่งรวามเป็น 4 ตัวแล้ว เอาไม้มะเดื่อเกลี้ยงสร้างรูปนาคหนึ่งตัว เอาใส่ลงในสระหน้าข่วงธาตุ แล้ว ตั้งแท่นแก้วไว้กลางสระ อาราธานาเอารูปเราตถาคตตั้งไว้บนแท่นแก้ว นิมนต์พระสงฆ์ที่มีศีลบริสุทธิมาสวดรัตนสูตรกับสัมพันธกถาทั้ง 7 ให้ถูกครุบลหุตาลพดับแล้ว เอาสุคันโธทกน้ำหอมอันตักเอาน้ำมาจากท่าพระอาบใส่ส้มป่อยคันธะัจวงจันทน์รดสรงสารูปพระุพุทธเจ้าให้ น้ำตกลงมารดปลาซ่อนและนาคในสระ ตั้งสัจจะอธิฐานขอฝน ก็จะปรากฎเมฆฟ้าห่าฝนขึ้นและตกลงมาให้มีน้ำเต็มฝังพอได้ทำไร่ไถนา หากแม้นเมื่อใดที่ชาวเมืองเทิงนี้พากันประมาทในองค์พระธาตุเจ้าละทิ้งไม่้ปฏิบัติบูชาให้รุ่งเรือง เมื่อนั้นจะเกิดอุบาทว์กังวลอันตราย วินาศฉิบหายแก่บ้านเมือง เพราะบาบกรรมที่ละทิ้งพระธรรมพระธาตุ พระศาสนา ที่เราตถาคตได้ตั้งขึ้นไว้เป็นร่มเงาที่พึ่งดับทุกข์แก่โลก
เมื่อพระพุทธเจ้าทำนายดังนี้แล้ว จึงยกหัตถ์ข้างขวาลูบพระเศียรได้เกสาธาตุ 1 เส้น ยื่นให้แก่มหาอานันทะเถรเจ้า ท่านรับเอามา แล้วจึงอธิฐานเอาหินก้อนหนึ่งริมท่าน้ำเพื่อเป็นที่สถิตย์แก่เกสาธาตุ เมื่อนั้นพระเกสาธาตุก็แสดงปาฏิหาริย์ เข้าไปอยู่ในหินก้อนนั้น มหาอานันทะเถระจึงเอาผ้าอาบคภของพระพุทธเจ้ามารองรับแล้วเอาวางเหนืือผาอาบแก้ว แล้วพญาอินทร์ก็เอาขึ้นตั้งไว้บนแท่นคำ เนรมิตเป็นเจติยะหลังหนึ่งรวมธาตุเจ้าไว้ที่นั้น และให้พญาอิงคณาราคราชที่อยู่ในลำน้ำแม่อิงเป็นผู้ปกปักรักษาตราบจน 5,000 พรรรษา
ครั้นนั้นพระพุทธเจ้าก็พาพระอรหันต์ทั้งหลายกับพญาอโศกราช จาริกไปพยากรณ์โปรดสัตว์ ทางเมืองเเพร่ เมืองน่านสืบไป